ไม่พบสารกัมมันตรังสีปนเปื้อนชิ้นส่วนโลหะตกชายแดนอุบลฯ

ศูนย์เฝ้าระวังภัยทางรังสี ม.อุบลราชธานี ตรวจชิ้นส่วนโลหะของจรวดตกกลางอากาศบริเวณชายแดนโขงเจียมไม่พบปนเปื้อนสารกัมมันตรังสี พร้อมเตือนประชาชนอย่าหยิบจับวัตถุที่ไม่รู้จักและให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ

กรณีชาวบ้านในพื้นที่ชายแดนไทย-ลาว ต.นาโพธิ์กลาง อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี เห็นลำแสงพุ่งเป็นทางยาว ก่อนเกิดเสียงดังกลางอากาศได้ยินเป็นบริเวณกว้างเมื่อกลางดึกวันที่ 15 พ.ย.ที่ผ่านมา และรุ่งเช้าชาวบ้านพบเศษโลหะกระจาย 4 หมู่บ้าน จึงเก็บรวบรวมมาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โขงเจียม เพื่อประสานผู้เชี่ยวชาญมาตรวจพิสูจน์ และวานนี้ (16 พ.ย.) ผู้เชี่ยวชาญจากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ Gistda ได้ลงพื้นที่นำตัวอย่างชิ้นส่วนไปตรวจสอบแล้ว ในเบื้องต้นเป็นไปได้ว่าเป็นชิ้นส่วนของจรวดใช้ส่งดาวเทียนขึ้นสู่วงโคจรในอวกาศ
นายบุญชุบ บุ้งทอง ผู้อำนวยการสำนักปฏิบัติการดาวเทียม สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ Gistda กล่าวว่า ได้นำชิ้นส่วนสำคัญ เช่น กล่องควบคุมการทำงานอัตโนมัติ ชิ้นส่วนโลหะที่มีรหัสหมายเลข และชิ้นส่วนที่คาดว่าจะเป็นถังเชื้อเพลิงไปตรวจสอบหาที่มา คาดว่าใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ จะทราบผลเป็นจรวดของประเทศใด
ขณะที่ รศ.จินตนา เหล่าไพบูลย์ จากศูนย์เฝ้าระวังภัยทางรังสี มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เครือข่ายปรมาณูเพื่อสันติ ได้นำเครื่องเซอร์เวย์มิเตอร์ตรวจหาสารกัมมันตรังสีจากวัตถุที่เป็นตัวจรวด เพื่อตรวจดูระหว่างการส่งจรวดขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศของโลก มีสารกัมมันตรังสีหรือสารปนเปื้อนอื่นที่เป็นอันตรายต่อผู้หยิบจับสัมผัสวัตถุดังกล่าวด้วยหรือไม่ โดยการตรวจวัดค่าครั้งนี้ ไม่พบสารปนเปื้อนหรือสารกัมมันตรังสีที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ ดังนั้น ประชาชนหรือผู้ที่ไปสัมผัสกับวัตถุดังกล่าวอย่าได้กังวล อย่างไรก็ตาม หากในอนาคตมีเหตุการณ์ทำนองนี้ หรือไปพบชิ้นส่วนที่เป็นโลหะ เพื่อความปลอดภัยก่อนหยิบจับควรใส่ถุงมือ ไม่ควรสัมผัสวัตถุใด ๆ ด้วยมือเปล่า หรือให้ล้อมพื้นที่แล้วแจ้งเจ้าหน้าที่รัฐหรือศูนย์เฝ้าระวังภัยทางรังสี มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ซึ่งเป็นเครือข่ายปรมาณูเพื่อสันติเข้ามาตรวจสอบก่อน.-สำนักข่าวไทย